หุ้น Tesla ร่วงหนัก ! แต่ทำไม Trader KP ถึงยังเชื่อว่าหุ้น Tesla ยังคงเป็นหุ้นแห่งศตวรรษที่นักลงทุนควรหันมาศึกษา

🔎 [INVESTMENT] – หุ้น Tesla ร่วงหนัก ! แต่ทำไม Trader KP ถึงยังเชื่อว่าหุ้น Tesla ยังคงเป็นหุ้นแห่งศตวรรษที่นักลงทุนควรหันมาศึกษา 🤔

📌 หุ้น Tesla ร่วงหนักในอาทิตย์นี้เพราะ 2 เหตุผลหลักๆ

1️⃣ Tesla ส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 3 ได้น้อยกว่าที่ตลาดคาดไป -6% (นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 364,660 คัน แต่ Tesla ส่งมอบรถได้ 343,830 คัน)

ถึงแม้ตลาดจะมองว่านี่เป็นข่าวที่ไม่ดี และทำให้นักลงทุนกังวลว่ายอดขายของ Tesla จะตกไหม ? เมื่อรถ EV คู่แข่งมากมายกำลังไหลเข้ามาในตลาด และรถ Tesla จะเสียส่วนแบ่งตลาดไปไหม ? หรือวิกฤตเศรษฐกิจกำลังจะทำให้กำลังในการซื้อของรถหายไป ? แล้วจะส่งผลให้ Tesla อาจมีรถคงค้างที่ขายไม่ออก ? หรือต้องทำการลดราคาลงไหม ?

แต่หากเราเข้าไปอ่านคำอธิบายของ Tesla เราจะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว Tesla ผลิตรถในไตรมาสที่ 3 ได้มากถึง 365,923 คัน แต่กลับส่งมอบออกไปเพียงแค่ 343,830 คัน ก็เพราะว่าเมื่อตัวเลขการผลิตกำลังโตขึ้นอย่างรวดเร็ว (ตัวเลขนี้สูงกว่าไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมาถึง +41%) การขนส่งและส่งมอบก็ทำได้ยากขึ้น และตอนนี้ Tesla ยันยันว่ารถทุกคนที่ผลิตออกมายังมีคนเข้าคิวรอซื้ออยู่ เพียงแต่ว่ายังอยู่ในระหว่างรอขนส่งไปส่งมอบเท่านั้น (ส่วนใหญ่เป็นรถที่กำลังส่งออกไปขายต่างประเทศ)

ทำให้หากเราติดตามสถานการณ์ของบริษัท Tesla อย่างใกล้ชิด จะทำให้เราเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย และทาง Trader KP เชื่อว่างบไตรมาสที่ 3 ของ Tesla ที่แสดงออกมาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้จะเน้นย้ำถึง Margin กำไรที่โตขึ้นของ Tesla อย่างต่อเนื่องจากที่ที่กำลังการผลิตรถโตสูงขึ้น +41% จากปีที่ผ่านมา และทาง Tesla อาจออกมาย้ำอธิบายถึงปัญหาการส่งมอบรถในไตรมาสที่ 3 ให้นักลงทุนได้คลายกังวลกัน

2️⃣ หุ้น Tesla กำลังถูกเทขาย เพราะนักเก็งกำไรหลายฝ่ายเชื่อว่า Elon Musk อาจต้องขายหุ้น Tesla ออกมาเพิ่ม เพื่อนำเงินไปซื้อบริษัท Twitter ที่ราคา 54.2 เหรียญต่อหุ้น

ก่อนหน้านี้ตลาดมองว่า Elon Musk อาจไม่จำเป็นต้องควักเงินซื้อหุ้น Twitter ที่ราคาแพงมากถึง 54.2 เหรียญต่อหุ้น แต่สุดท้ายการที่ Elon Musk ดูเหมือนจะไม่สามารถสู้คดีที่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้งานปลอมหรือ Bot นั้นมีน้อยกว่า 5% จริงหรือไม่ ทำให้ทาง Elon Musk ตัดสินใจกลับลำและยอมจ่ายที่ราคาแรกที่เขาได้เสนอไว้

การที่ Elon จะซื้อ Twitter ที่ราคา 54.2 เหรียญต่อหุ้นนั้น แปลว่า Elon Musk ต้องหาเงินทุนมาซื้้อ Twitter เพิ่มอีก 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และในเมื่อทาง Elon ไม่มีเงินสด สินทรัพย์ส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้น Tesla ทำให้ตลาดเก็งกำไรว่า Elon Musk คงต้องขายหุ้นออกมาแน่ๆ และก็ทำการขายตัดหน้า Elon Musk ออกไปเสียก่อน จนหุ้น Tesla โดนกดดันอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ Elon Musk จะต้องขายหุ้นออกมาจริงๆ และทาง Elon Musk ก็ยังโดน Block out period หรือช่วงนี้ยังไม่สามารถขายหุ้นได้จนกว่าจะมีการประกาศงบไตรมาสที่ 3 ของ Tesla ออกมา และยังมีโอกาสที่ Elon Musk อาจสามารถหาเพื่อนร่วมทุนไปร่วมกันซื้อ Twitter ได้ เพราะมีนักลงทุนรอบตัว Elon ที่เชื่อมั่นในตัวเขาสูง จนทำให้เขาอาจไม่ได้ไปกู้เงินหรือขายหุ้น Tesla เพิ่มก็เป็นได้

📌 นอกจากปัจจัยระยะสั้นที่กดดันหุ้น Tesla อาจเปิดโอกาสที่ดีในการลงทุน (หากศึกษาหุ้นมาดีแล้ว) นอกจากนั้นยังมีอีก 5 เหตุผลที่ทาง Trader KP ยังมองว่า Tesla น่าจะเป็นหุ้นแห่งศตวรรษที่นักลงทุนควรศึกษาอย่างยิ่ง

1️⃣ การเปลี่ยนถ่ายจากอุตสาหกรรมรถยนต์น้ำมันไปสู่รถยนต์ EV กำลังจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษนี้และ Tesla ก็เป็นบริษัทที่เป็นผู้นำในธุรกิจนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยอดขายรถ เทคโนโลยี แบรนด์ นวัตกรรมในการผลิต และส่วนประกอบสำคัญอย่างแบตเตอรี่ด้วย

หากคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว คงไม่มีบริษัทไหนที่จะขยายและกินตลาดรถยนต์ EV และพลังงานสะอาดที่กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปได้มากกว่า Tesla อีกแล้ว

2️⃣ Tesla เป็นบริษัทที่กำลังถูกเข้าใจผิดมากที่สุด

หากย้อนกลับไปดูการประกอบงบย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ Tesla เริ่มทำกำไรได้แล้ว จะเห็นว่านักวิเคราะห์ประเมินผลประกอบการของ Tesla ได้ต่ำกว่าที่คาดมาโดยตลอดทุกไตรมาส เพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจระบบและความได้เปรียบของ Tesla ในการผลิตรถ

การที่ตลาดยังเข้าใจผิดและมองว่า Tesla เป็นแค่บริษัทรถยนต์ และควรได้ P/E Multiple ที่ไม่ต่างกับบริษัทรถยนต์ และตอนนี้หุ้นนั้นมีมูลค่าสูงเกินไปแล้ว จึงยังเป็นการเปิดโอกาสในการลงทุนให้กับนักลงทุนรายระยะยาวได้สะสมหุ้น Tesla อยู่ในราคาที่ไม่แพงเกินไป (เพราะยังมีแรงเทขายเข้ามาต่อเนื่อง)

แต่การประกาศงบในไตรมาสที่ 3 ที่กำลังจะมาถึงนี้ก็อาจจะเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่านักวิเคราะห์ยังไม่สามารถประเมินกำไรที่เติบโตขึ้นของ Tesla ได้ถูกต้อง และหากตัวเลขการเติบโตของ Tesla ยังคงต้องถูกปรับขึ้นเรื่อยๆ และมีคนเข้าใจหุ้น Tesla มากขึ้น ราคาหุ้นก็สมควรที่จะปรับตัวสูงขึ้นไปตามๆกันกับกำไรของบริษัทที่โตขึ้น

3️⃣ Tesla เป็นบริษัทที่คาดว่าจะมียอดขายเติบโตได้ปีละ +50% ในอีกหลายปี

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ไม่มีใครเชื่อ Elon Musk ว่า Tesla กำลังจะผลิตรถยนต์ได้เกิน 1 ล้านคันต่อปีในปี 2022 และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเชื่อว่า Tesla จะสามารถโตปีละ +50% ต่อไปได้ จนมียอดขายที่ 20 ล้านคันต่อปีในปี 2030 หากทาง Tesla ทำได้จริง ก็จะหมายความว่าบริษัทยัง Under Value อยู่เยอะ

และในช่วงสั้นนั้นการเติบโตนี้ก็อาจไม่ต้องหวังพึ่งสภาพเศรษฐกิจมากนัก (เมื่อเทียบกับบริษัทรถยนต์อื่นๆ) และ Tesla ยังอาจเติบต่อได้ภายใต้ภาวะ Recession เพราะกำลังการซื้อของผู้บริโภค Tesla มีสูงมาก (ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ซื้อที่มีฐานะ) ทำให้ยังมีผู้ใช้อีกมากมายที่กำลังต่อคิวรอซื้อรถ TESLA รุ่นปัจจุบันและรุ่นในอนาคต

และหาก Tesla เจอสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ยอดขายก็อาจโดนกระทบไม่มากนัก เพราะรถคันแรกๆที่จะถูกขายได้ลดลงน่าจะเป็นรถยนต์น้ำมันเสียมากกว่า ทุกวันนี้รถยนต์ EV คุณภาพดีจะเป็นตัวเลือกแรกๆของผู้ซื้อรถ ทำให้รถทุกคันที่ Tesla ผลิตออกมาน่าจะยังขายได้ดี (แต่หากสภาพเศรษฐกินทรุดหนักจริงก็อาจต้องมีการลดราคาขายลงบ้าง)

4️⃣ บริษัท Tesla ยากที่จะโดนกระทบจากค่าเงินเฟ้อสูง

อย่างที่เราเห็นกันมาในอดีตว่าค่าเงินที่เฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆไม่ได้กระทบต่อ Margin หรือผลกำไรของ Tesla เพราะทางบริษัทสามารถปรับขึ้นราคาขายได้ตามเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และความต้องการในการซื้อก็ยังไม่หดลงด้วย ทำให้ด้วยแบรนด์ของ Tesla ทำให้บริษัทมีสายป่านในการปรับขึ้นลงราคาและอาจกลายเป็นทางเลือกในการลงทุนที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงในภาวะเงินเฟ้อสูงได้

5️⃣ บริษัท Tesla มี S-Curve ใหม่มากมาย ที่จะทำให้การเติบโตของบริษัทยังอยู่ในรูปแบบของ Exponential Growth การเตรียม Disrupt ธุรกิจอื่นๆนั้นอาจมีขนาดตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดรถยนต์ EV เสียอีก

ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าตลาดของธุรกิจพลังงานทั่วโลก ที่ TESLA พยายามจะ Disrupt โดยการเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ตลาดการขนส่งที่จะถูก Disrupt ด้วย ระบบขนส่งอัตโนมัติ Autonomous Driving และตลาดแรงงานที่จะถูก Disrupt ด้วยหุ่นยนต์ AI อย่าง Tesla Bots ที่เพิ่งถูกเผยโฉมไปอีกรอบไม่นานนี้

📌 ทุกวันนี้คนไทยสามารถเข้าไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศรายตัวอย่าง Tesla ได้อย่างง่ายดายมากขึ้นแล้ว เพียงแค่มีพอร์ตหุ้นไทยเราก็สามารถเข้าไปซื้อหุ้นต่างประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ชื่อว่า DRx ได้

และตอนนี้ DRx ของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการเติบโตสูงและเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง Tesla และ Apple ก็กำลังเปิดให้เริ่มซื้อขายผ่านแอป Streaming โดยตรงได้แล้ว (โค้ด TSLA80X และ AAPL80X)
DRx ลงทุนง่าย / ซื้อขายหุ้นแบบ Realtime ไปพร้อมกับตลาดต่างประเทศ /ซื้อง่ายและขายคล่องด้วยเงินบาท โดยที่ไม่ต้องแลกเงิน / ไม่มีค่าซื้อขั้นต่ำ เและสามารถซื้อเป็นเศษส่วนหุ้นก็ยังได้

Trader KP ได้สรุปความน่าสนใจของ 2 บริษัทนี้และแนะนำข้อดีของ DRx ในบทความก่อน ลองเข้าไปดูได้ที่ link ในคอมเม้นท์เลยครับ

และอย่าลืมนะครับว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

✅ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจของเรา ฝากกด Like และ Share เพื่อให้นักลงทุนท่านอื่นได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ 🙏😊

TraderKP