
ประวัติชายคนนี้เป็นมาอย่างไร Trader KP จะสรุปให้ฟัง
เยฟเกนี ปริโกชิน (Yevgeny Prigozhin) เป็นผู้นำกองกำลังทหารรับจ้าง ที่ชื่อว่า ‘แวกเนอร์กรุ๊ป’ (Wagner Group) เป็นที่โจษจันถึงความพยายามท้าทายอำนาจของผู้นำรัสเซีย อย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน ถึงขนาดยึดฐานปฏิบัติการสำคัญและส่งขบวนรถหุ้มเกราะมุ่งสู่กรุงมอสโคว
📌 ชีวิตวัยเด็กของ ปริโกชิน
ปริโกชิน เดิมก็คือเด็กหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่ง เกิดในปี 1961 ณ สหภาพโซเวียตหรือ สหพันธรัฐรัสเซียในปัจจุบัน แม่ของเขาเป็นพยาบาลและพ่อเป็นวิศวกรขุดเหมืองแร่ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปริโกซินอายุได้เพียง 9 ขวบ
ทั้งนี้ ปริโกซิน ก็มีสายเลือดนักรบมาก่อน ด้วยมีคุณปู่ผู้เคยเป็นผู้บังคับบัญชา Red Army หรือ กองทัพแดงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกองทัพที่ขึ้นต่อ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกองทัพใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ในเวลาต่อมา ปริโกซินได้ใช้ชีวิตกับพ่อเลี้ยงของเขาซึ่งเป็นครูสอนสกี ทำให้เขามีความสามารถในการเล่นสกี และเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักสกีมืออาชีพ เขาจึงได้เข้าโรงเรียนด้านกีฬา
แต่ความฝันในการเป็นนักกีฬาก็ต้องทลายลงหลังจากได้รับบาดเจ็บ และเขาจึงได้ผันตัวมาเป็นครูฟิตเนสที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง
📌 ก้าวสู่อาชญากรรม
ในปี 1979 เมื่อปริโกซินอายุ 18 ปี เขาได้ถูกจับในข้อหาลักขโมยและถูกทัณฑ์บนเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสำนึกแต่อย่างใด
ทว่าปริโกซินกลับถลำลึกสู่วงจรอาชญากรรมมากขึ้น และทำการโจรกรรมอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ถูกจับอีกครั้งในปี 1981 และถูกพิพากษาให้จำคุกถึง 12 ปี แต่ด้วยการประพฤติตัวดีระหว่างอยู่ในคุก เลยได้ลดโทษและถูกปล่อยตัวในปี 1990 รวมระยะเวลาในคุกเป็น 9 ปี
📌 เส้นทางนักธุรกิจ
เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก เขามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำธุรกิจ ซึ่งนั่นเป็นช่วงเดียวกับที่สหภาพโซเวียต กำลังล่มสลายกลายมาเป็นสหพันธรัฐรัสเซียในปัจจุบัน
ในช่วงปี 1991-1997
ปริโกซินได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของชำ รวมไปถึงทำธุรกิจเกี่ยวกับคาสิโนที่ทำให้เขาได้รู้จักกับ “วลาดีมีร์ ปูติน” ผู้ทำงานเป็นผู้อำนวยการคณะทำงานด้านการพนันและกาสิโนของสหพันธรัฐรัสเซียในขณะนั้น
หลังจากนั้น ปริโกซินได้ขยายไปทำอีกหลากหลายธุรกิจ แต่ธุรกิจที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ นั่นก็คือธุรกิจร้านอาหารและการจัดเลี้ยง
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้กระชับสายสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโต ด้วยร้านอาหารหรูของเขา มีโอกาสได้ต้อนรับคนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ George W. Bush, ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Jacques Chirac รวมถึงที่นี่ยังกลายเป็นที่จัดงานวันเกิดส่วนตัวของ วลาดีมีร์ ปูติน
สายสัมพันธ์ของปริโกซินและปูติน นั้น แน่นแฟ้นขึ้นไปตามกาลเวลา และปริโกซินได้ฉายาว่า เชฟของปูติน หลังจากนั้น เขาเริ่มได้รับสัญญาจ้างจากรัฐบาลรัสเซียหลายโครงการ แต่โครงการที่ทำเงินให้เขามากที่สุดก็คือ การได้สัญญาจ้างเข้าไปดูแลด้านอาหารและโภชนาการให้กับกองทัพรัสเซีย เพราะแค่โครงการนี้เพียงโครงการเดียวก็มีมูลค่า หลายหมื่นล้านบาทต่อปี
นี่จึงทำให้ ปริโกซิน รวยมหาศาล และ ในปี 2012 ปริโกซิน ได้ย้ายไปอยู่คฤหาสต์ 500 ล้านบาทใน St Petersburg พร้อมทั้งซื้อเครื่องบินส่วนตัว และเรือยอร์ชขนาด 6 ห้องนอน
📌 กำเนิด Wagner Group
ในปี 2014 ปริโกซิน ตั้งกองกำลังทหารรับจ้างที่มีชื่อว่า “Wagner Group” ขึ้นมาเพื่อหนุนกองกำลังของรัสเซียในการร่วมปฎิบัติการสงครามในดอนบัส ประเทศยูเครน
หลังจากนั้น กองกำลัง Wagner ได้ถูกส่งเข้าร่วมปฏิบัติการในอีกหลายพื้นที่เพื่อคานอำนาจฝั่งตะวันตกรวมถึงพื้นที่แอฟริกาและตะวันออกกลาง
จนสุดท้ายมีกำลังพลถึง 50,000 นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารครบมือโดยเป็นการเกณฑ์นักโทษของรัสเซียเข้ามาจำนวนมาก
นอกจากรายได้มหาศาลที่ได้จากการทำสงคราม ปริโกซิน ก็ยังได้กลายมาเป็นบุคคล ที่ทรงอิทธิพลมาก ๆ ในรัสเซีย
📌จุดแตกหัก
ทว่าความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นเมื่อปริโกซินเปิดฉากเดือดใส่ เซอร์เก ชอยกู (Sergei Shoigu) รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย และวาเลรี เกราซิมัฟ (Valery Gerasimov) หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธ ว่าล้มเหลวในการจัดหาชุดและกระสุนที่เพียงพอ ให้กับทหารรับจ้างของเขา
แต่ทำเนียบเครมลินกลับไม่ได้ตอบรับ ทั้งยัง ตอกย้ำด้วยจุดยืนของปูติน ที่สนับสนุนคำสั่งของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ในการให้กองกำลังทหารรับจ้าง ต้องลงนามในสัญญาเข้ามาอยู่ในอำนาจควบคุมของทางกระทรวงภายในวันที่ 1 กรกฎาคม
ซึ่งเป็นเรื่องที่ปริโกซินคัดค้านและมองว่าเขากำลังถูกท้าทายเช่นกัน…….
จนกระทั่งในวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ก็ถึงจุดแตกหักปริโกซิน ได้นำทหารในกองกำลังของตัวเอง มุ่งหน้าเข้ากรุงมอสโกเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย
โดยกล่าวหาว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 เป็นการทำเพื่อส่งเสริมความมั่งคั่งของชนชั้นปกครอง ไม่ใช่เพื่อทำให้ยูเครนปลอดทหาร หรือปลดแอกยูเครนจากนาซีตามคำกล่าวอ้าง และเป้าหมายการบุกรุกของแวกเนอร์ ก็เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับบรรดาทหารที่เสียชีวิตจากความผิดพลาดในสงครามยูเครน ภายใต้ผู้บัญชาการทหารที่ไร้ความสามารถ ด้วยการประกาศจะโค่นล้มเซอร์เก ชอยกู ให้ได้
ส่วน วลาดีมีร์ ปูติน ก็ไม่นิ่งเฉย ประกาศให้กองกำลังของเขากลายเป็น “กบฏ” ทันที ซึ่งนับว่าเป็นการทรยศชาติ และรัฐบาลจะตอบโต้อย่างรุนแรง โดยตามบทลงโทษฐานเป็นกบฏของรัสเซียนั้น มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี
แต่เพียงไม่นานที่กองกำลังนี้เคลื่อนประชิดกรุงมอสโก ปริโกซิน กลับตอบรับการเจรจาที่มี ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีของเบลารุสที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ให้
แม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยว่า การเจรจาที่สำเร็จครั้งนี้แลกมาด้วยผลตอบแทนอะไร แต่เงื่อนไขเบื้องต้น คือคดีความทางอาญาเกี่ยวกับการกบฏของเขาและกองกำลังแวกเนอร์จะถูกยกเลิกทั้งหมด
ในช่วงเวลากว่า 24 ชั่วโมงแห่งความตึงเครียดก็ได้ผ่อนคลายลง เมื่อกองกำลังทหารแวกเนอร์หันหลังกลับมุ่งสู่ฐานที่มั่นเดิม
และในความไม่แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของปริโกซินผู้เคยเป็นพันธมิตรผู้ซื่อสัตย์ กับ วลาดีเมียร์ ปูติน จะเป็นอย่างไร ก็เกิดข่าวใหญ่ว่า ปริโกซิน ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก นี่เป็นการปิดฉากกบฏ Wagner หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อ…………………..
